ฮอร์โมนเพศกับการเป็นสิวและผิวพรรณ

          ทำไมผู้หญิงอย่างเรา ๆ ถึงได้มีอุปสรรคมากมาย ที่มาคอยทำลายความสวย สดใสของเราตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า

         สิวมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ สิวประเภทอักเสบ เช่น สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง สิวหัวแดง เป็นต้น และสิวประเภทไม่อักเสบ เช่น สิวผด สิวเสี้ยน สิวหิน เป็นต้น ซึ่งที่มาของสิวทุกชนิดมีที่มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ดังนี้

           ปัจจัยจากภาวะภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ พันธุกรรม รวมถึงโรคบางชนิด

  ปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น ฝุ่นละออง สารเคมี มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดจากฮอร์โมนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่สามารถที่จะรับมือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิวที่เกิดในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งจะเป็นสิวอักเสบในช่วงบริเวณคางหรือใกล้เคียง วิธีการกำจัดสิวฮอร์โมนอย่างถาวรจะต้องทำโดยการปรับสภาวะฮอร์โมนจากภายในร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกร เพราะการปรับสภาวะฮอร์โมนอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ในบางกรณี ในกรณีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ด้วย เช่น ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดการเกิดสิว ผิวหน้ามัน แต่การใช้ยาคุมกำเนิดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ผู้ใช้ต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้จักวิธีรับประทานอย่างถูกต้องด้วย


ทำไม! ผู้หญิงต้องมาสก์หน้า

         คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดว่าเพียงแค่การดูแลผิวตามขั้นตอนปกติ ก็สามารถทำให้ผิวหน้าสุขภาพดีแล้ว ทำไมต้องมาสก์หน้าแล้วการมาสก์หน้ามีดีอย่างไร อีกทั้งยังใช้เวลาเพียงนิดเดียวในการทำจะช่วยบำรุงผิวได้จริงเหรอ

        มาสก์หน้าถือเป็นขั้นตอนพิเศษที่เสริมประสิทธิภาพของการดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้น ช่วงที่ผิวหน้าโดนแสงแดดมากกว่าปกติอย่างเวลาไปเที่ยวทะเลหรือเล่นน้ำสงกรานต์กลับมา ผิวหน้าก็จะดูหมองคล้ำไม่สดใส การมาสก์หน้าจะช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้ โดยมสก์ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะแบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

      ชนิดแผ่น ได้รับคะแนนนิยมมากที่สุด เพราะความสะดวกและใช้ง่าย เพียงแค่ฉีกซองแล้ววางตามรูปหน้า จะรู้สึกเย็นสดชื่นและผ่อนคลาย ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์บำรุงจะเป็นสูตรเข้มข้นกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าปกติ จึงช่วยฟื้นฟูผิวได้ชนิดเห็นผลรวดเร็วกว่า

      พอกทิ้งไว้ แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า มาสก์ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นครีมหรือโคลนเข้มข้น ช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพและแก้ไขปัญหาตามสภาพผิว เช่น ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ เพื่อให้ผิวกระจ่างใส

       พอกทิ้งไว้จนแห้ง แล้วลอกออก มีความเข้มข้นสูงกว่าทุกประเภท เมื่อทิ้งไว้มาสก์จะค่อยๆ เซตตัวจนสามารถลอกออกมาได้เหมือนหน้ากากมาสก์ชนิดนี้เน้นการเดิมความชุ่มชื้นให้ผิวขจัดเซลล์เสื่อมสภาพและลดเลือนริ้วรอย แต่เวลาลอกออก แนะนำให้ดึงจากบริเวณหน้าผากลง เพื่อจะได้ไม่ย้อนรูขุนขน ผิวหน้าจะได้ไม่เกิดอาการระคายเคือง

รู้สรรพคุณแล้วแบบนี้ คงเปลี่ยนใจหันมาใช้มาสก์เพื่อการบำรุงกันมากขึ้นนะคะ เพราะของเค้าดีจริงๆ ค่ะ


อาการชา…บอกอะไรได้บ้าง

เคยเป็นกันไหม? จู่ ๆ มือไม้ขาแข้งก็เกิดอาการชาขึ้นมาดื้อ ๆ ลองไปตรวจสอบอาการชาต่อไปนี้กัน เผื่อว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไรอยู่

      อาการชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง

        เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน

      อาการชาที่นิ้วก้อย

เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน

      อาการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

        เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน

      อาการชาที่ขาและข้อพับ

จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ

      อาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว

         เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่มคอทองแดง เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น


เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายเกิดอาการชา จนกระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่ เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย


เวลาผ่านไป ยังดูแลตัวเองดีอยู่หรือเปล่า?

 เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริงหลายคนที่เคยตั้งปณิธานเอาไว้ ตั้งแต่ต้นปี ว่าปีนี้จะตั้งใจออกกำลังกายดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีขึ้น จนตอนนี้แล้วไม่รู้ว่าคุณยังดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมออยู่หรือเปล่า ?

  มาลองดูว่าคุณทำตัวเฉไฉ เฉื่อยชา หรือหาข้ออ้างแบบไหนให้กับการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง

 1. “ตอนเช้าก็เร่งรีบเดินทาง ตอนเที่ยงผู้คนก็เยอะ รอกินบ่ายๆ ดีกว่า” ต้องปรับการกินให้ตรงเวลาจะส่งผลดีต่อน้ำหนักตัว หากกินผิดเวลาอาจจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เพราะระบบในร่างกายจะทำงานผิดปกติและที่สำคัญมื้อเช้าควรทานอาหารที่ให้พลังงานเพื่อเช้าวันใหม่เน้นผลิตภัณฑ์จากธัญพืชขัดสีน้อย

 2. “ต้องไม่กินแป้งไม่กินเนื้อสัตว์ ต้องงด” จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องงดแป้ง งดเนื้อสัตว์เพียงแค่ลดปริมาณลงก็พอ หรือเลือกคาร์โบไฮเดรตที่เป็นโฮลเกรน และมีไฟเบอร์

 3. “เครียดจังเลยขอระบายด้วยการหาอะไรกิน” พยายามทำจิตใจให้แจ่มใส ปราศจากความเครียดเพราะความเครียดทำให้เรากินแบบไม่ยั้ง และกินแบบไม่คิด

 4. “กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่ม” ลองเลือกเครื่องดื่ม ที่มีส่วนประสมของใยอาหาร ไขมันต่ำสารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยบล็อกเอนไซม์ ตัวการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลแถมช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ดื่มก่อนกินอาหารประมาณ 20 นาที จะทำให้รู้สึกอิ่ม แล้วกินอาหารได้น้อยลง

 5. “เพิ่งกินข้าวมาทำไมยังรู้สึกไม่อิ่ม” หากรู้สึกยังไม่อิ่ม ลองหาผลไม้ หรือธัญพืชมากินดีกว่าจัดหนักด้วยของหวานปิดท้าย

 6. “ทำงานเพลิน มักจะหาอะไรมากินจุ๊บจิ๊บ” หาของทานเล่นที่มีประโยชน์อยู่รอบๆ ตัวเพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าไปคว้าอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แถมทำให้อ้วน

 7. “กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำต้องกินอาหารเย็น 2-3 ทุ่ม” ต้องวางแผนการกินให้ถูกต้อง ควรกินอาหาร 3-4ชั่วโมง ก่อนเข้านอน เพราะหากเหนื่อยๆ กินแล้วนอน อาจจะเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มื้อเย็นเลือกทานอาหารเบาๆ ย่อยง่าย เพราะช่วงเวลานอนร่างกายไม่ได้นำพลังงานไปใช้และเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

 8. “อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยกลัวเหลือ” กินให้พออิ่มก็พอ อย่ากลัวของจะเหลือ เพราะหากกินหมดรับรองต้องใช้เวลาเผาผลาญอีกนาน

 9. “หาเวลาออกกำลังกายไม่ค่อยได้เลย”ต้องพยายามเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เช่นเดิน หรือทำความสะอาดบ้าน

 10. “ออกกำลังกายดูแลตัวเองแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลด” ต้องมองที่ปณิธานของคุณว่าต้องการให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง หากน้ำหนักลดก็ถือว่าเป็นของแถมหากไม่ลดก็อย่าท้อ และอย่ามุ่งมั่นลดน้ำหนักอย่างเดียว