ฮอร์โมนเพศกับการเป็นสิวและผิวพรรณ

          ทำไมผู้หญิงอย่างเรา ๆ ถึงได้มีอุปสรรคมากมาย ที่มาคอยทำลายความสวย สดใสของเราตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า

         สิวมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ สิวประเภทอักเสบ เช่น สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง สิวหัวแดง เป็นต้น และสิวประเภทไม่อักเสบ เช่น สิวผด สิวเสี้ยน สิวหิน เป็นต้น ซึ่งที่มาของสิวทุกชนิดมีที่มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ดังนี้

           ปัจจัยจากภาวะภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ พันธุกรรม รวมถึงโรคบางชนิด

  ปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น ฝุ่นละออง สารเคมี มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดจากฮอร์โมนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่สามารถที่จะรับมือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิวที่เกิดในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งจะเป็นสิวอักเสบในช่วงบริเวณคางหรือใกล้เคียง วิธีการกำจัดสิวฮอร์โมนอย่างถาวรจะต้องทำโดยการปรับสภาวะฮอร์โมนจากภายในร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกร เพราะการปรับสภาวะฮอร์โมนอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ในบางกรณี ในกรณีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ด้วย เช่น ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดการเกิดสิว ผิวหน้ามัน แต่การใช้ยาคุมกำเนิดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ผู้ใช้ต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้จักวิธีรับประทานอย่างถูกต้องด้วย


ทำไม! ผู้หญิงต้องมาสก์หน้า

         คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดว่าเพียงแค่การดูแลผิวตามขั้นตอนปกติ ก็สามารถทำให้ผิวหน้าสุขภาพดีแล้ว ทำไมต้องมาสก์หน้าแล้วการมาสก์หน้ามีดีอย่างไร อีกทั้งยังใช้เวลาเพียงนิดเดียวในการทำจะช่วยบำรุงผิวได้จริงเหรอ

        มาสก์หน้าถือเป็นขั้นตอนพิเศษที่เสริมประสิทธิภาพของการดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้น ช่วงที่ผิวหน้าโดนแสงแดดมากกว่าปกติอย่างเวลาไปเที่ยวทะเลหรือเล่นน้ำสงกรานต์กลับมา ผิวหน้าก็จะดูหมองคล้ำไม่สดใส การมาสก์หน้าจะช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้ โดยมสก์ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะแบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

      ชนิดแผ่น ได้รับคะแนนนิยมมากที่สุด เพราะความสะดวกและใช้ง่าย เพียงแค่ฉีกซองแล้ววางตามรูปหน้า จะรู้สึกเย็นสดชื่นและผ่อนคลาย ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์บำรุงจะเป็นสูตรเข้มข้นกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าปกติ จึงช่วยฟื้นฟูผิวได้ชนิดเห็นผลรวดเร็วกว่า

      พอกทิ้งไว้ แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า มาสก์ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นครีมหรือโคลนเข้มข้น ช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพและแก้ไขปัญหาตามสภาพผิว เช่น ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ เพื่อให้ผิวกระจ่างใส

       พอกทิ้งไว้จนแห้ง แล้วลอกออก มีความเข้มข้นสูงกว่าทุกประเภท เมื่อทิ้งไว้มาสก์จะค่อยๆ เซตตัวจนสามารถลอกออกมาได้เหมือนหน้ากากมาสก์ชนิดนี้เน้นการเดิมความชุ่มชื้นให้ผิวขจัดเซลล์เสื่อมสภาพและลดเลือนริ้วรอย แต่เวลาลอกออก แนะนำให้ดึงจากบริเวณหน้าผากลง เพื่อจะได้ไม่ย้อนรูขุนขน ผิวหน้าจะได้ไม่เกิดอาการระคายเคือง

รู้สรรพคุณแล้วแบบนี้ คงเปลี่ยนใจหันมาใช้มาสก์เพื่อการบำรุงกันมากขึ้นนะคะ เพราะของเค้าดีจริงๆ ค่ะ


อาการชา…บอกอะไรได้บ้าง

เคยเป็นกันไหม? จู่ ๆ มือไม้ขาแข้งก็เกิดอาการชาขึ้นมาดื้อ ๆ ลองไปตรวจสอบอาการชาต่อไปนี้กัน เผื่อว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไรอยู่

      อาการชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง

        เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน

      อาการชาที่นิ้วก้อย

เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน

      อาการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

        เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน

      อาการชาที่ขาและข้อพับ

จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ

      อาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว

         เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่มคอทองแดง เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น


เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายเกิดอาการชา จนกระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่ เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย


เวลาผ่านไป ยังดูแลตัวเองดีอยู่หรือเปล่า?

 เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริงหลายคนที่เคยตั้งปณิธานเอาไว้ ตั้งแต่ต้นปี ว่าปีนี้จะตั้งใจออกกำลังกายดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีขึ้น จนตอนนี้แล้วไม่รู้ว่าคุณยังดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมออยู่หรือเปล่า ?

  มาลองดูว่าคุณทำตัวเฉไฉ เฉื่อยชา หรือหาข้ออ้างแบบไหนให้กับการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง

 1. “ตอนเช้าก็เร่งรีบเดินทาง ตอนเที่ยงผู้คนก็เยอะ รอกินบ่ายๆ ดีกว่า” ต้องปรับการกินให้ตรงเวลาจะส่งผลดีต่อน้ำหนักตัว หากกินผิดเวลาอาจจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เพราะระบบในร่างกายจะทำงานผิดปกติและที่สำคัญมื้อเช้าควรทานอาหารที่ให้พลังงานเพื่อเช้าวันใหม่เน้นผลิตภัณฑ์จากธัญพืชขัดสีน้อย

 2. “ต้องไม่กินแป้งไม่กินเนื้อสัตว์ ต้องงด” จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องงดแป้ง งดเนื้อสัตว์เพียงแค่ลดปริมาณลงก็พอ หรือเลือกคาร์โบไฮเดรตที่เป็นโฮลเกรน และมีไฟเบอร์

 3. “เครียดจังเลยขอระบายด้วยการหาอะไรกิน” พยายามทำจิตใจให้แจ่มใส ปราศจากความเครียดเพราะความเครียดทำให้เรากินแบบไม่ยั้ง และกินแบบไม่คิด

 4. “กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่ม” ลองเลือกเครื่องดื่ม ที่มีส่วนประสมของใยอาหาร ไขมันต่ำสารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยบล็อกเอนไซม์ ตัวการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลแถมช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ดื่มก่อนกินอาหารประมาณ 20 นาที จะทำให้รู้สึกอิ่ม แล้วกินอาหารได้น้อยลง

 5. “เพิ่งกินข้าวมาทำไมยังรู้สึกไม่อิ่ม” หากรู้สึกยังไม่อิ่ม ลองหาผลไม้ หรือธัญพืชมากินดีกว่าจัดหนักด้วยของหวานปิดท้าย

 6. “ทำงานเพลิน มักจะหาอะไรมากินจุ๊บจิ๊บ” หาของทานเล่นที่มีประโยชน์อยู่รอบๆ ตัวเพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าไปคว้าอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แถมทำให้อ้วน

 7. “กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำต้องกินอาหารเย็น 2-3 ทุ่ม” ต้องวางแผนการกินให้ถูกต้อง ควรกินอาหาร 3-4ชั่วโมง ก่อนเข้านอน เพราะหากเหนื่อยๆ กินแล้วนอน อาจจะเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มื้อเย็นเลือกทานอาหารเบาๆ ย่อยง่าย เพราะช่วงเวลานอนร่างกายไม่ได้นำพลังงานไปใช้และเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

 8. “อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยกลัวเหลือ” กินให้พออิ่มก็พอ อย่ากลัวของจะเหลือ เพราะหากกินหมดรับรองต้องใช้เวลาเผาผลาญอีกนาน

 9. “หาเวลาออกกำลังกายไม่ค่อยได้เลย”ต้องพยายามเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เช่นเดิน หรือทำความสะอาดบ้าน

 10. “ออกกำลังกายดูแลตัวเองแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลด” ต้องมองที่ปณิธานของคุณว่าต้องการให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง หากน้ำหนักลดก็ถือว่าเป็นของแถมหากไม่ลดก็อย่าท้อ และอย่ามุ่งมั่นลดน้ำหนักอย่างเดียว


ปัญหาน่าอายเรื่องบนเตียง…ที่คุณไม่กล้าถามใคร

ปัญหาน่าอายเรื่องบนเตียง...ที่คุณไม่กล้าถามใคร

กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ปัญหาน่าอายเรื่องบนเตียง…ที่คุณไม่กล้าถามใคร

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่นหรือเรื่องเสียงไม่พึงประสงค์ เรามีคำตอบให้คุณแล้ว

Q : ช่องคลอดฉันมีกลิ่นแรงมาก ตลอดเวลา แม้กระทั่งแฟนก็ยังบอกอย่างนั้น ฉันทั้งล้างทั้งเช็ด แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย ฉันจะทำอะไรได้บ้างคะ
A : ผู้หญิงทุกคนต่างมีกลิ่นเฉพาะตัว ขึ้นอยู่กับสารเคมีในร่างกายของเธอ ซึ่งอาจมีทั้งกลิ่นหวานๆ ไปจนถึงกลิ่นคาวๆ เล็กน้อย อย่างไรก็ตามถ้ากลิ่นของคุณค่อนข้างรุนแรงจริงๆ คุณควรปรึกษาเรื่องนี้กับแพทย์ทางนรีเวช มันเป็นไปได้ว่าคุณอาจติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ซึ่งแพทย์สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าคุณไม่ได้ติดเชื้อในช่องคลอด การมีเหงื่อค่อนข้างมากในพื้นที่ใต้เข็มขัดอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นที่รุนแรงได้ ลองใช้สบู่ฆ่าเชื้อแบบอ่อนๆ และปราศจากกลิ่น ล้างพื้นที่ส่วนตัวให้สะอดา แล้วใช่ผ้าซับให้แห้งสนิท แล้วใช้แป้งฝุ้นเล็กน้อยโรยที่ขอบกางเกงใน เพื่อช่วยดูดซับเหงื่อ คุณยังสามารถใช้ผ้าเปียกเช็ดพื้นที่ส่วนนนี้ในระหว่างวัน เพื่อสร้างความสดชื่นก็ได้ แต่ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดอย่างเด็ดขาด เพราะมันจะไปทำให้กรดด่างในช่องคลอดเสียสมดุล (และมันไม่ทำให้กลิ่นเปลี่ยนไปแต่อย่างใดด้วย แค่กลบเกลื่อนกลิ่นไปได้ชั่วคราวเท่านั้น) ถ้าไม่ได้ผล ก็ลองขอให้แพทย์สั่งยาแบบอ่อนๆ ที่จะช่วยควบคุมปริมาณเหงื่อให้

ปัญหาอีกอย่างที่อาจทำให้กลิ่นของคุณแรงขึ้นได้ก็คือเรื่องอาหารการกินค่ะ ลองหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ ควบคู่ไปด้วย ก็อาจช่วยได้เช่นกัน

Q : บางทีฉันรู้สึกเหมือนปวดฉี่ในระหว่างมีเซ็กซ์ ฉันเคยได้ยินว่าการกระตุ้นจีสอปตในช่องคลอดสามารถทำให้เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาได้ แต่ฉันก็กลัวจะฉี่รดที่นอนจนกระทั่งหมดอารมณ์ไปเลย ฉันควรทำยังไงดี
A : ทาทางในการร่วมเพศหลายท่าสามารถกระตุ้นความรู้สึกข้างใน ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนกลัวว่าจะฉี่รดที่นอนได้ ความรู้สึกนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่อวัยวะเพศของเขาไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ แต่อย่างที่คุณสงสัยนั่นแหละ มันอาจเป็นสัญยาณส่เขากำลังกระตุ้นจีสปอตของคุณก็ได้ เพื่อหาว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะฉี่ เข้าห้องน้ำก่อนที่คุณจะเริ่มทำเรื่องอย่างว่า ถ้าความรู้สึกปวดฉี่คืบคลานเข้ามาระหว่างคุณกำลังโรมรันพันตูกัน ก็ลุกไปเข้าห้องน้ำซะ ถึงแม้มันอาจจะขัดจังหวะไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้ความรู้สึกกังวลครอบงำจนหมดอารมณ์

ถ้าคุณฉี่แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกปวดฉี่อีกเมื่อกลับไปจู๋จี๋กันต่อ ก้อาจแสดงว่าเขาจี้จุดจีของคุณเข้าอย่างจังแล้ว คุณอาจรู้สึกอย่างนี้ได้มากกว่าเวลาที่มีเซ้กซ์ในท่าเข้าข้างหลัง หรือเวลาที่คุณอยู่ข้างบน และเวลาที่คุณนอนหงายและยกช่วงเชิงกรานขึ้นเล้กน้อย เมื่อจีสปอตถูกกระตุ้นจนมันพองตัวขึ้น ความรู้สึกเหมือนปวดฉี่จะหายไป แล้วเมื่อมันถูกกระตุ้นต่อไป ก็สามารถทำให้เกดิออกัสซั่มอย่างรุนแรงได้ สำหรับผู้หญิงบางคน การกระตุ้นจีสปอตสามารถทำให้มีของเหลว (ที่ไม่ใช่ฉี่) ไหลออกมาได้ทั้งในระหว่างการกระตุ้นหรือหลังจากออกัสซั่มแล้ว

Q : บางทีในระหว่างมีเซ็กซ์ จะมีเสียงออกมาจากช่องคลอดฉันเหมือนเสียงผายลม เกิดอะไรขึ้นคะ ฉันควรเป็นกังวลหรือเปล่า
A : คุณไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลหรืออับอายในเรื่องนี้เลย เสียงเหมือนผายลมนี้เป็นเพียงลมที่เล็ดรอดออกมาทางช่องคลอด ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก เนื่องจากในระหว่างมีเซ็กซืการเคลื่อนไหวเข้าๆ ออกๆ ของชายหนุ่มของคุณทำให้มีลมไปในช่องคลอดของคุณ ซึ่งขยายตัวขึ้นในระหว่างที่เกดิความตื่นตัวทางเพศ การรุกล้ำลึกๆ หรือการเปลี่ยนตำแหน่งของร่างกาย อาจเป็นสาเหตุให้ลมถูกปล่อยออกมา และเกิดเป็นเสียงเหมือนผายลมขึ้นได้ หรือมันอาจเกิดหลังออกัสซั่ม เมื่อลมถูกไล่ออกมาขณะที่ช่องคลอดกลับคืนสู่สภาพปกติก่อนเกิดการตื่นตัว คุณสามารถพยายามป้องกันไม่ให้ลมเข้าไปในตัวคุณได้ ด้วยการให้ชายหนุ่มของคุณรุกล้ำเข้าออกในลํกษณะสั้นๆ และตื้นๆ หรือคุณอาจใช้ท่าไหนก้ตามที่ไม่ต้องยกเชิงกรานขึ้นมาสูงนัก เนื่องงจากท่าที่ต้องยกช่วงเชิงกรานให้สูงขึ้น อย่างเช่นท่าด็อกกี้ อาจทำให้มีโอกาสเกิดเสียงผายลมที่ว่านี้ได้มากขึ้น แต่บอกตามจริงนะ คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ ก็แค่หัวเราะขำมัน ทำไมคุณจะต้องทำให้ความสุขของคุณลดลงด้วยเรื่องขี้ปะติ๋วแบบนี้ด้วยล่ะ


เมื่อสาวเรือ พ่วงติดบ่วงรัก

ในขณะที่หนุ่มไม่สดเพิ่งสดทั้งหลายกำลังจัดปาร์ตี้ให้กับอิสรภาพครั้งใหม่ของตัวเอง สาวม่ายสามีเกือบ 80 % กลับตกอยู่ในสภาพลำบาก ไหนจะต้องรับมือกับสภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากการนับถือตัวเองที่ตกต่ำ ต่อสู้กับภาวะหารเงินที่หนักขึ้น และต้องฝืนตีหน้าชื่นอกตรมเพื่อรับกับคำวิพากวิจารณ์ และความรู้สึกของลูกๆ สภาพการเหล่านี้ มีผลรุนแรงต่อความคิดในเชิงบวก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลของการสำรวจ พบว่า แม่ม่ายส่วนใหญ่จะมีความสุขลดน้อยลง ปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากขึ้น หลายคนเลือกที่จะมองโลกในแง่ร้าย และเก็บตัวเองจากความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เหตุผลหลักคืออดีตที่หลอกหลอน และข้ออ้างสำคัญคือ ความกลัวสัมพันธภาพที่ไม่ปรองดองระหว่างลูกกับพ่อเลี้ยง…หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความทุกข์แบบนี้ นี่คือวิธีง่ายๆ ของการเปิดโอกาสให้กับตัวเองที่ลูกๆ รับได้ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น 1. ตั้งรับกับอารมณ์และความต้องการ หลังความล้มเหลวของครอบครัว คุณต้องตั้งรับให้ดีกับอารมณ์ที่ไหวหวั่นและแปรปรวน โดยเฉพาะความเหงา ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ และวิเคราะห์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยปราศจากอคติ รวมทั้งการตั้งโจทย์สำหรับหนุ่มคนใหม่ เราแนะนำให้คุณทิ้งช่วงประมาณ 6 เดือน แล้วค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป กับการออกเดทหลังการหย่าร้าง สำหรับม่ายสาวที่โสดแบบไม่ได้ตั้งใจเนื่องจากการตายของคู่ครอง แนะนำให้เว้นวรรคการดูใจไปอย่างน้อยที่สุดสัก 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณทำใจได้ และชัดเจนในความต้องการของตัวเอง 2. ให้เวลากับความสัมพันธ์ เปิดโอกาสให้กับตัวเองได้รู้จักเขาอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อแน่ใจค่อยแนะนำหนุ่มใหม่ให้กับลูกๆ ความจริงก็คือจำนวนเดือนนั้นสัมพันธ์กับพฤติกรรม 3 เดือนแรกเป็นช่วงที่สวีทจี๊ดจ๊าดอะไรๆ ก็ดี…ชี้นกบอกว่าแมวยังเชื่อ แต่ช่วงเดือน 4-6 นั้นแต่ละคนจะเริ่มเผยตัวตนในด้านลบออกมา และนั่นแหละที่คุณจะต้องคิดให้ตก ตัดให้ขาดว่าจะยังควงคู่ดู๋ดี๋กัน หรือ เซย์บาย ในเคสนี้หากหนุ่มคนไหนใจร้อนรอไม่ได้ อยากเป็นพ่อเลี้ยงไวๆ หยิบทิ้งไปเลย 3. ค่อยๆ แย้มกับลูก หลังจากแน่ใจพอกับหนุ่มของคุณ ขั้นต่อไปคือขั้นหยั่งเชิงโดยการเล่าเรื่องระหว่างเขากับคุณให้ลูกฟังแบบสบายๆ เช่นเล่าถึงกิจกรรมที่น่าสนใจในระหว่างเดท สิ่งที่คุณชอบในตัวเขา การบอกเล่ายังทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญต่อเขา รวมทั้งค่อยๆ สร้างความรับรู้ถึงบทบาท และการมีส่วนร่วมของสมาชิกใหม่ในอนาคต จากนั้นค่อยๆ ให้หนุ่มของคุณมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัวในแบบเนียนๆ เช่น ในโอกาสพิเศษ เพื่อสร้างความคุ้นเคย 4. เตรียมพร้อมกับการต่อต้าน ในกรณีที่เด็กๆ แสดงพฤติกรรมไม่ยอมรับหนุ่มของคุณ ต้องใจเย็นและให้เวลาในการพูดคุยด้วยเหตุผล ทำใจไว้เลยว่า ไม่มีลูกคนไหนจะยอมรับพ่อเลี้ยงง่ายๆ เพราะเขาหวงแม่มาก สิ่งที่คุณจะต้องทำ คือการมีเวลา และเคร่งครัดในการรักษากิจกรรมระหว่างคุณกับเขาให้เหนียวแน่น ในขณะเดียวกันคุณก็ควรจะต้องฝึกให้เขาเคยชินกับการที่คุณออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง กุญแจคือทำให้เขามั่นใจว่าคุณให้ความสำคัญเขาเสมอต้นเสมอปลาย


Hatien vegas Resort & Casino

htv999 Holiday Palace Casino & Resort
Holiday Palace โรงแรมระดับ 4 ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 412 ห้อง พร้อมความสะดวกสบายและความผ่อนคลายเหมือนอยู่กับบ้าน โรงแรม Holiday Palace
ที่มีเสน่ห์แห่งนี้ได้รับความนิยมมายาวนาน ทั้งจากผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวและมาติดต่อธุรกิจใน ปอยเปตHoliday Palace Casino & Resort ใน ปอยเปต htv999
ห้องพักที่โรงแรม Holiday Palace
Holiday Palace
ห้องพักแต่ละห้องของที่นี่มี ห้องปลอดบุหรี่, htv999 โทรทัศน์จอแอลซีดี/จอพลาสม่า, เครื่องปรับอากาศ, ฝักบัว ไว้คอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพัก สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
ของโรงแรมแห่งนี้ ได้แก่ ไนท์คลับ, บาร์/ผับ, บริการซักรีด/ซักแห้ง ผู้เข้าพักที่ต้องการออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจก็จะได้สนุกไปกับสวน, ห้องฟิตเนส, สปา
เล่นคาสิโนกับ Holiday Palace
Holiday Palace
Holiday Palace ทุกท่านจะได้ตื่นตา ตื่นใจไปกับ คาสิโนหรูหรา มาตรฐานระดับสากล htv999 โดยทาง Holiday Palace จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำและบริการทุกท่านเพื่อให้ ทุกท่านได้เพลิดเพลิน
ไปกับ ความบันเทิงและเกมส์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า รูเล๊ต htv999 โป๊กเกอร์ แบล็คแจ๊ค พร้อมพบกับเครื่อง สล็อตแมชชีนกว่า 380 เครื่อง ที่ Holiday Palace
และตลอดเวลาที่ท่านเพลิดเพลินอยู่นั้น ทาง Holiday Palace ยังมีอาหาร และเครื่องดื่มไว้คอยบริการท่านอีกด้วย
Holiday Palace Casino & Resort กับ holiday palace
Holiday Palace Casino & Resort เป็นผู้ให้บริการ พนัน ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า รูเล๊ต ของเว็บไซค์ Holiday Palace ที่คนไทยชอบเล่น และเนื่องจาก Holiday Palace
เป็นเว็บพนันออนไลน์ที่คนไทย รู้จักดี ทำให้ ทุกท่าน htv999 มั่นจัยในความมั่นคงของ Holiday Palace ได้แน่นอน


การทำน้ำองุ่น

สวัสดีค่ะจะนำการทำผลไม้มาให้ดูค่ะ

การทำน้ำผลไม้นีเราต้องทำให้ถูกวิธี

น้ำผลไม้ประกอบไปด้วยวิตามินและเกือลแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา

นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้วน้ำผลไม้ยังทำให้การประกอบอาชีพของคนไทยเรามีรายได้ดีเลยทีเดียวเพราะน้ำผลไม้ให้ประโยชน์มากมายต่อร่างกายของคนเรามากและยังทำให้สุขภาพแข็งแรงมากมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก

การทำผลไม้ให้อร่อย

1.     เลือกผลไม้ให้สดและไม่มีราหรือรอยแมลงกัดกิน

2.ล้างผลไม้ให้สะอาด

3.จัดเตรียมไว้ให้พรอ้มเพื่อความสะดวกในการทำน้ำ

4.ทำตามขั้นตอนและปรุงรสตาใจชอบ

การทำน้ำส้มคั้น

ส่วนผสม 1.ผลส้มสด7ผล

2.น้ำตาลทราย300กรัม

3.น้ำ100กรัม

4.เกลือนิดหน่อย

วิธีทำ1. นำน้ำตาลทราย น้ำเกลือตั้งไฟอ่อนอ่อนจนน้ำตาลทรายละลายแล้วกลง

2.ล้างผลส้มให้สะอาดแล้วผ่าส้มตามขวางตามลูกส้มแล้วคั้นน้ำส้มเอาแต่น้ำเอาเมล็ดออก

3.นำน้ำเชื่อมผสมกับน้ำส้มที่เตรียมไว้แล้วคนให้เข้ากันพร้อมจัดเสิร์ฟกับน้ำแข่งเย็นเย็น

 

 

 

 

การทำน้ำองุ่น

ส่วนผสม1.องุ่นสด1กิโลกรัม

2.น้ำตาลทราย300กรัม

3.น้ำเปล่า100กรัม

4.เกลือป่น1ช้อนชา

วิธีทำ       1.นำน้ำตาลทรายน้ำเปล่า  เกลือตั้งไฟคนจนละลายยกทิ้งไว้จนเย็น

2.ล้างองุ่นไว้ให้สะเด็ดน้ำ และนำองุ่นมาปอกเปลือกเอาเมล็ดออกเอาแต่เนื้อองุ่น

3.นำเนื้อองุ่นมาปั่นให้สะอาดแล้วจึงนำมากรองเอาแต่น้ำองุ่น

4.นำน้ำเชื่อมกับน้ำองุ่นมาผสมกันคนให้เข้ากันพร้อมดื่ม

 

 

Photobucket - Video and Image Hosting

 

 

 

Photobucket - Video and Image Hosting


กล้วยไข่เป็นผลไม้ที่นิยมผู้บริโภคกันทั่วไป

กล้วยไข่เป็นผลไม้ที่นิยมผู้บริโภคกันทั่วไป เนื่องจากมีรสชาติดี ลักษณะการเรียงตัวของผลและสีผลสวยสะดุดตา ปัจจุบันส่งออกจำหน่ายต่างประเทศมากขึ้น ตลาดที่สำคัญคือ จีน และฮ่องกง
กล้วยไข่เป็นพืชที่สามารถปลูกได้แทบทุกภาคของประเทศ ในพื้นที่ปลูกที่มีการจัดการการผลิตเพื่อให้ได้ทั้งปริมาณ และผลผลิตตรงตามมาตรฐานคุณภาพ ตลาดต้องการ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของผลผลิตคือ การปนเปื้อนของ สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขอนามัยของผู้บริโภค ตลอดจนการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมในระยะยาว ดังนั้นกระบวนการผลิตจึงต้องมีการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสมแหล่งปลูกที่เหมาะสม

สภาพพื้นที่:
- พื้นที่ดอน หรือพื้นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขัง
- ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,200 เมตร
- มีแหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่ในเขตชลประทาน
- การคมนาคมสะดวก

ลักษณะดิน:
- ดินร่วน, ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนปนทราย
- มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำดี
- ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 75 เซนติเมตร
- ค่าความเป็นกรดด่างของดินระหว่าง 5.0-7.0

สภาพภูมิอากาศ:
- อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ระหว่าง 25-35 องศาเซนเซียส
- ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตรต่อปี
- ไม่มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ
- มีแสงแดดจัด

แหล่งน้ำ:
- มีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูปลูก
- เป็นแหล่งน้ำสะอาด ค่าความเป็นกรดด่างของน้ำระหว่าง 5.0-9.0

พันธุ์
กล้วยไข่มี 2 สายพันธุ์ คือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร และกล้วยไข่พระตระบอง
พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร
1. กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร
ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลหรือช๊อกโกแลต ร่องก้านใบเปิดและขอบก้านใบขยายออก ใบมีสีเหลืองอ่อน ไม่มีนวล ก้านเครือมีขนขนาดเล็ก ผิวเปลือกผลบาง ผลเล็ก เนื้อมีสีเหลือง รสชาติหวาน
2. กล้วยไข่พระตะบอง
ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลปนดำ สีของใบเข้มกว่าสายพันธุ์กำแพงเพชร รสชาดจะออกหวานอมเปรี้ยว และผลมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร

การปลูก

การเตรียมดิน:
- วิเคราะห์ดิน เพื่อประเมินค่าความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารพืชในดิน และความเป็นกรดด่างของดิน ปรับสภาพดินตามคำแนะนำก่อนปลูก
- ไถพรวน ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อลดการระบาดของศัตรูพืช
- คราดเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง

ฤดูปลูก:
- ช่วงเวลาการปลูก ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน

วิธีการปลูก:
- ปลูกด้วยหน่อใบแคบที่มีความสมบูรณ์ดี
- เตรียมหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร
- รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกอัตรา 5 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากับหน้าดินรองก้นหลุมปลูกถ้ามีการไว้หน่อ (ratoon) เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปอีก 1-2 รุ่น ควรรองก้นหลุมด้วย หินฟอสเฟต อัตรา 100-200 กรัม/หลุม
- ระยะปลูก (1.5-1.75) x2 เมตร เป็นการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียงครั้งเดียว แล้วรื้อปลูกใหม่ 2×2 เมตรเป็นการปลูกสำหรับไว้ตอหรือหน่อ (ratoon) เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตของหน่อ (ratoon) อีก 1-2 รุ่น
- การปลูก วางหน่อพันธุ์ที่หลุมปลูกให้ลึก 25-30 เซนติเมตร โดยจัดวางหน่อพันธุ์ให้ด้านที่ติดกับต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน กลบดินลงหลุมปลูกและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา

การพรวนดิน:
ภายหลังปลูกกล้วยไข่ประมาณ 1 เดือนควรรีบทำการพลิกดินให้ทั่วทั้งแปลงปลูก เพื่อให้ดินเก็บความชื้นจากน้ำฝนไว้ให้มากที่สุด และเป็นการกำจัดวัชพืชไปด้วย ขณะที่รากกล้วยยังขยายไปไม่มากนัก

การกำจัดวัชพืช:
ควรกำจัดวัชพืชปีละ 3 ครั้ง ครั้งแรกพร้อม ๆ กับการพลิกดิน ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 ให้พิจารณา จากปริมาณวัชพืช แต่จะทำก่อนที่ต้นกล้วยตกเครือ

การให้ปุ๋ย:
ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 1 ครั้ง เช่น ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก่อนปลูกอัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อหลุม ใส่ปุ๋ยเคมี 4 ครั้ง ครั้งที่ 1 และ 2 เป็นระยะที่กล้วยมีการเจริญเติบโตทางลำต้น ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-10 หรือ 15-15-15 อัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง หลังจากปลูก 1 และ 3 เดือน การให้ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 3 และ 4 จะให้ปุ๋ยเคมีภายหลังจากปลูก 5 และ 7 เดือน ซึ่งเป็นระยะที่กล้วยใกล้จะให้ผลผลิต จะให้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-12-24, 13-13-21 หรือ 14-14-21 อัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง
วิธีการใส่ปุ๋ยเคมี โรยห่างจากต้นประมาณ 30 เซนติเมตร หรือใส่ลงในหลุมลึกประมาณ 10 เซนติเมตร 4 ด้าน แล้วพรวนดินกลบ

การให้น้ำ:
ในฤดูฝน เมื่อฝนทิ้งช่วง เมื่อสังเกตหน้าดินแห้งและเริ่มแตก ควรรีบให้น้ำ
ในฤดูแล้งเริ่มให้น้ำตั้งแต่หมดฝน ประมาณปลายเดือนมกราคม-พฤษภาคม

วิธีการให้น้ำ:
ใช้วิธีปล่อยให้น้ำไหลเข้าไปในแปลงย่อยเป็นแปลง ๆ เมื่อดินมีความชุ่มชื้นดีแล้ว จึงให้แปลงอื่นต่อไป

เทคนิคที่ควรทราบการพูนโคน:
โดยการโกยดินเข้าสุมโคนกล้วย ช่วยลดปัญหาการโค่นล้มของต้นกล้วยเมื่อมีลมแรง โดยเฉพาะต้นตอที่เกิดขึ้นระยะหลังโคนจะลอยขึ้นทำให้กล้วยโค่นล้มลงได้ง่าย

การแต่งหน่อ:
เครื่องมือที่ใช้ในการแต่งหน่อ คือ มีดยาวปลายขอ ชาวบ้านเรียกว่า มีดขอ การแต่งหน่อทุกครั้ง โดยเฉือนเฉียงตัดขวางลำต้นเอียงทำมุม 45 องศากับลำต้นโดยครั้งแรก เฉือนให้รอบเฉือนด้านล่างอยู่สูงจากโคนต้นประมาณ 4-5 นิ้ว หลังจากนั้นอีกประมาณ 20-30 วัน จึงเฉือนหน่อครั้งที่ 2 ให้รอบเฉือนครั้งใหม่อยู่ทิศทางตรงข้าม กับรอยเฉือนครั้งก่อน และให้รอยเฉือน มุมล่างสุดครั้งใหม่อยู่สูงจากรอยเฉือนมุมบนครั้งก่อน 4-5 นิ้ว แต่งหน่อเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะปล่อยหน่อให้เจริญเติบโตเป็นกล้วยตอต่อไป หรืออาจขุดหน่อไว้ สำหรับปลูกใหม่หรือขายก็ตาม

การตัดแต่งและการไว้ใบ:
การไว้ใบกล้วยไข่ในระยะต่าง ๆ มีผลอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโต การปฏิบัติดูแลรักษาปัญหาโรค และแมลง ตลอดจนผลผลิต และคุณภาพผล
ในช่วงแรกระยะการเจริญเติบโต ควรไว้จำนวน 12 ใบ ถ้ามากกว่านี้ จะมีปัญหาทำให้การปฏิบัติดูแลรักษาทำได้ยากลำบาก โรคแมลงจะมากขึ้นเกิดการ แย่งแสงแดด ลำต้น จะสูงบอบบางไม่แข็งแรง เกิดการหักล้มได้ง่าย ในทางตรงข้ามถ้าจำนวนใบ มีน้อยเกินไปจะทำให้การเจริญเติบโต ไม่ดี ลำต้นไม่สมบูรณ์ ดินสูญเสียความชื้นได้เร็ว ปัญหาวัชพืชจะมากขึ้นภายหลัง
กล้วยตกเครือแล้ว ควรตัดแต่งใบออก เหลือไว้เพียงต้นละ 9 ใบก็พอ ถ้าเหลือใบไว้มากจะทำให้ต้นกล้วยรับน้ำหนักมาก จะทำให้เกิดการหักล้มได้ง่าย ระยะกล้วยมีน้ำหนักเครือ มากขึ้น และถ้าหากตัดแต่งใบออกมากเกินไป เหลือจำนวนใบไว้น้อย จะทำให้บริเวณคอเครือและผลกล้วยถูกแสงแดดเผา เป็นเหตุให้กล้วยหักพับบริเวณ คอเครือก่อนเก็บเกี่ยว และผลเสียหายไม่สามารถนำไปขายได้

การค้ำเครือ:
เมื่อกล้วยตกเครือจะมีน้ำหนักมาก จึงควรป้องกันลำต้นหักล้ม ซึ่งกระทำได้โดยการปักหลัก ผูกยึดติดกับลำต้น
การปักหลักต้องปักลงไปในดินให้แน่นทิศทางตรงข้ามกับเครือกล้วยให้แนบชิดกับลำต้นกล้วยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผูกยึดลำต้นกล้วยให้ตรึงกับไม้หลักสัก 3 ช่วง ดังนี้ คือบริเวณช่วงโคนต้น กลางต้น และคอเครือ โดยใช้ปอกล้วยหรือปอฟางก็ได้ ถ้าใช้ไม้รวกสำหรับค้ำเครือควรจะนำไปแช่น้ำ 15-20 วัน เสียก่อนแล้วนำมาตากแดดให้แห้งจึงค่อยนำไปใช้

การตัดปลี:
กล้วยไข่ที่มีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์ หลังจากปลูก 7-8 เดือนก็จะแทงปลี แต่ถ้าการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ไม่ดี การแทงปลีก็จะช้าออกไปอีก ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มแทงปลีจนถึงปลีคล้อยตัวลงมาสุดจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นปลีจะบาน ระยะเวลาตั้งแต่ปลีเริ่มบานหวีแรกจนสุด หวีสุดท้ายจะใช้เวลาอีกประมาณ 7 วัน รวมระยะเวลาตั้งแต่ออกปลี จนสามารถตัดปลีทิ้งประมาณ 15 วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นกล้วยและช่วงฤดูที่กล้วยตกปลี

การเก็บเกี่ยว
ปกติหลังจากตัดปลีแล้วประมาณ 45 วัน เป็นเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ผลกล้วยอาจแตก และสุกคาต้น หรือที่ชาวสวนเรียกว่ากล้วยสุกลม รสชาติไม่อร่อย สีและผิวกระด้างไม่นวลสวยเหมือนที่นำไปบ่ม
กล้วยไข่ที่ตกเครือในช่วงฤดูหนาว ซึ่งผลจะแก่ช้ามีผลทำให้อายุการเก็บเกี่ยวต้องยาวนานออกไปถึง 50-55 วัน หลังตัดปลี

 


สารอาหารเพิ่มพลัง (เซ็กซ์)

คุณภาพเซ็กซ์ของผู้ชายเป็นอย่างไร ดูได้จากอาหารที่เขากินค่ะ ผู้ชายที่ซดแต่เบียร์เป็นโหล แกล้มมันฝรั่งทอดถุงยักษ์ ตบด้วยบุหรี่มวนที่สิบ อาจดูเถื่อนสะใจ แต่ได้โปรดเถอะคุณผู้หญิงขา กรุณาสลัดผู้ชายเหล่านี้ออกจากชีวิตเถอะค่ะ

เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าว่าผู้ชายพวกนี้กินของไร้ประโยชน์ ทำร้ายสุขภาพ ทำให้เซื่องซึม อืดอาด ไม่คล่องตัว เซ็กซ์ที่ดีต้องการ พลังงานเยอะ บุหรี่เกี่ยวพันกับอาการอ่อนปวกเปียกและแรงขับทางเพศต่ำเพื่อเซ็กซ์สุดยอดมันถึงใจ จึงต้องดูแลตัวเองให้ฟิตเปรี๊ยะทั้งภายนอกภายใน ต่อไปนี้คือแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพเซ็กซ์

+ สังกะสี (Zinc)
เป็นแร่ธาตุสำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพเซ็กซ์ สังกะสีช่วยสร้างเอนไซม์ที่ควบคุมรสชาติและกลิ่น ซึ่งรุนแรงต่อการกระตุ้นเร้าทางเพศ เพิ่มความร้อนแรงด้วยการบริโภคหอย ไข่ เนย เนื้อลูกแกะ สัตว์ปีก พืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้อง

+ แมกนีเซียม
แมกนีเซียมช่วยรักษาสมดุลให้ฮอร์โมนเพศ เสริมสร้างสเปิร์มให้แข็งแรง และส่งเสริมความคึกคักให้ปัจจัยเซ็กซ์ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรสสัมผัส การกระตุ้นเร้า การหลั่งพุ่งปรี๊ดๆ และจุดสุดยอด อาหาร ที่มีแมกมีเซียมสูงสมควรโด๊ปเยอะๆ คือ ผักใบเขียว ผลไม้แห้งเปลือกแข็ง (เช่น มันฮ่อ เกาลัด) เนย กล้วย ธัญพืช

+ แคลเซียม
จำเป็นสำหรับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการแข็งตัวของเจ้าหนูและจุดสุดยอดในผู้หญิงเพิ่มความแข็งขันและเข้มข้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม
ผักใบเขียว ถั่ว ลูกพรุน ผลไม้-แห้งเปลือกแข็ง ผลไม้แห้ง

+ อาร์จินิน (Arginine)
กรดอะมิโนตัวนี้ได้มาจากโปรตีนในอาหารซึ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพเซ็กซ์เป็นอย่างยิ่ง กรดตัวนี้มีอยู่ในเนื้อสัตว์ อาหารประเภทนม ป๊อปคอร์น

+ วิตามินซี
นอกจากช่วยป้องกันหวัดแล้ว ยังช่วยเพิ่มแรงขับทางเพศและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เจ้าหนูและน้องจุ๋มจิ๋มอีกด้วย หาได้ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย ผลไม้จำพวกส้มและมะนาว มะม่วง มันฝรั่ง บร็อกโคลี

ตัวเสริมช่วยเพิ่มอารมณ์

กรดอะมิโนชื่อ แอล-อาร์จินิน คือไวอะกร้าจากธรรมชาติ และเป็นอีกทางเลือก ที่ปลอดภัยกว่าในรายที่มีความดันโลหิตสูง กรดตัวนี้ช่วยเพิ่มระดับสารเคมีในร่างกายตัวหนึ่งที่ชื่อไนตริกออกไซด์ ทำให้เลือดไหลเวียนสู่เจ้าหนูได้ดีขึ้น มีมากในไก่ ไข่ เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์จากนม

+ สำหรับผู้ชาย : โสม (เพิ่มจำนวนสเปิร์ม) Yerba Mate (เพิ่มพลังงานช่วงสั้นๆ) Sarsaparilla รากของพืชชนิดหนึ่ง เป็นยาบำรุงโลหิตและขับปัสสาวะ Saw Palmetto (แก้ปัญหาเจ้าหนูอ่อนปวกเปียก)

+ สำหรับผู้หญิง : น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (สำหรับอาการ PMS และเพิ่มแรงขับทางเพศ) นมผึ้งและละอองเกสรดอกไม้ (ช่วยเพิ่มแรงขับทางเพศ) Catuaba (ลดความเครียด) ลูกเบอร์รี่สด (ควบคุมฮอร์โมน)